เที่ยวแพร่ น่าน หน้าฝน

  น่านนคร โปรดักชั่น

บทความล่าสุด

เที่ยวแพร่-น่าน หน้าฝน

เที่ยวแพร่-น่าน หน้าฝนการท่องเที่ยวแห่งประเทศไทย (ททท.) สำนักงานน่าน ชวนเที่ยวแพร่-น่าน เส้นทางท่องเ ...
อ่านเพิ่มเติม

แสงทองรีสอร์ท

แสงทองรีสอร์ท         “สุขกับการพักผ่อนที่ผ่อนคลายกับธรรมชาติ อิ่มเอมกับอาหารคุณภาพจากฟาร์มปลอดสารพิ ...
อ่านเพิ่มเติม

ข้าว นาบุญ แสงทองของคนน่าน

เข้าพรรษานี้ชวนกันทำดี วันนี้เพจน่านนครจะพาแฟนเพจทุกท่านไปชมบรรยากาศ โครงการชวนกันทำดีกิจกรรม เข้า ...
อ่านเพิ่มเติม

วีดีทัศน์แนะนำเทศบาลตำบลเวียงสา

วีดีทัศน์แนะนำเทศบาลตำบลเวียงสา Facebook Comments ...
อ่านเพิ่มเติม

ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ

ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ “ร้านอาหาร “ฟาร์มเห็ดบ้านหัวน้ำ” เมนูของทางร้านจะมีเห็ดเป็นส่วนประกอบหลัก เมนูเด ...
อ่านเพิ่มเติม

วันดา

วันดา “ร้านอาหารน่าน “วันดา” ขนมจีนน้ำเงี้ยวฉบับคนน่าน เอาใจคนชอบกินขนมจีน บอกเลยว่าต้องมาโดน ขนมจีน ...
อ่านเพิ่มเติม

Cafe’ Soodgongdee

Cafe’ Soodgongdee “ร้านอาหารน่านบรรยากาศสุดอาร์ต มีทิวทัศน์แม่น้ำน่านให้ชม ทั้งตอนกลางวัน และต ...
อ่านเพิ่มเติม

ข้าวซอยต้นน้ำน่าน

ข้าวซอยต้นน้ำ น่าน “มาจังหวัดน่านแล้วต้องแวะกินข้าวซอย “ร้านต้นน้ำ” ร้านอาหารน่านที่เป็นบ้านไม้โบราณ ...
อ่านเพิ่มเติม

Loading...

Nannakorn น่านนคร

นครแห่งรัก นครแห่งความสงบสุข นครแห่งขุนเขาทะเลหมอก

... แข่งเรือลือเลื่อง เมืองงาช้างดำ จิตรกรรมวัดภูมินทร์ แดนดินส้มสีทอง เรืองรองพระธาตุแช่แห้ง ...

          น่าน เป็นเมืองโบราณเมืองหนึ่ง เดิมชื่อ เมืองน่าน หรือ เมืองนันทบุรี สร้างขึ้นประมาณปี พ.ศ.1911 สำหรับประวัติการสร้างเมืองมีความเกี่ยวข้องกับกับตำนานเมืองวรนคร ซึ่ง กล่าวไว้ว่า ประมาณต้น พ.ศ.1800 พญาภูคา เจ้าเมืองย่างมีราชบุตร บุญธรรมอยู่2 องค์ นามว่า ขุนนุ่น และ ขุนฟอง พญาภูคาได้สร้างเมืองใหม่ ขนานนามเมืองนี้ว่า “ วรนคร ” สถาปนาให้ขุนฟอง เป็นเจ้าผู้ครองเมือง ต่อจากขุนฟองได้มีเจ้าผู้ปกครองนครสืบต่อมาเรื่อยๆ จนถึงพญาการเมือง ในสมัยนั้นเมืองวรนครตกเป็นเมืองขึ้นของกรุงสุโขทัย ต่อมาได้อพยพผู้คนมาสร้างเมืองใหม่ เสร็จประมาณ พ.ศ.1902 และขนานนามเมืองนี้ว่า “ เมืองภูเพียงแช่แห้ง ” หรือเวียงแช่แห้ง พญาการเมืองครองเมืองได้ 5 ปีก็ถึงแก่พิราลัย พญาผากองบุตรจึงสืบต่อครองเมืองแทน 6 ปีให้หลังพญาผากองได้พิจารณา ทางฝั่งแม่น้ำทางตะวันตก (บริเวณบ้านห้วยไค้) มีความอุดมสมบูรณ์ จึงไปสร้างเมืองใหม่ที่นั้น ในปี พ.ศ. 1911 เดิมเมืองน่านก็มีคนเรียกว่า เมืองนันทบุรีบ้าง แต่ตามหลักศิลาจารึกในสมัยพ่อขุนรามคำแหง มหาราชเรียกว่า “ เมืองน่าน

มีการสันนิษฐานว่า คงเพี้ยนมาจากคำว่า น่าง หรือนางเจียงในภาษาจีน ซึ่งแปลว่าทิศใต้ แต่อย่างไรชาวเมืองน่านก็ยังเรียกว่าตามเดิมว่า “ เมืองน่าน ” มาถึงสมัยที่อาณาจักรล้านนารุ่งเรือง ขึ้น เชียงใหม่เป็นราชธานีราวปี พ.ศ. 2004 เมืองน่านก็ขึ้นต่อเชียงใหม่และรวมเป็นอาณาจักรล้านนา จนอาณาจักรล้านนาได้ตกเป็นเมืองขึ้น ของพม่ารวมถึงน่านด้วย ใน พ.ศ.2099 ถึง พ.ศ.2317 เมืองเชียงใหม่เอาชนะพม่าได้และรวมเมือง ต่างๆ รวมถึงเมืองน่านเป็นอาณาจักรล้านนา ในปี พ.ศ.2352 อาณาจักรล้านนาถูกผนวกเข้ากับ อาณาจักรไทย เมืองน่านถูกแบ่งออกจากล้านนา มีฐานะเป็นเมืองประเทศราช เจ้าเมืองขึ้นตรงกับกรุงรัตนโกสินทร์เรื่อยมา

ในรัชกาลที่ 2 เมืองน่านนั้นถูกแม่น้ำน่านท่วมตัวเมืองจนได้รับความเสียหายอย่างมาก พญาสุมนเทวราช เจ้าครองนครน่านในสมัยนั้นได้อพยพชาวเมืองไปสร้างเมืองใหม่บนที่ดอน เพื่อกันน้ำท่วม อยู่ที่นั้นนาน 36 ปี จนปลายรัชกาลที่ 4 แม่น้ำน่าน ได้เปลี่ยนเส้นทางห่างไปมาก เจ้าอนันตวรฤทธิเดชเจ้าครองเมืองน่าน ได้ขอพระบรมราชานุญาตจากสมเด็จพระจอมเกล้าเจ้าอยู่หัว ย้ายเมืองมาตั้ง ณ ที่เดิม ได้มีการซ่อมแซมเมืองเก่าที่ทิ้งร้างไปให้กลับคืนมา แล้วสร้างกำแพงเมืองขึ้นใหม่ก่อด้วยอิฐถือปูน ในปี พ.ศ.2400 ซึ่งยังปรากฏให้เห็นในปัจจุบัน ตลอดมาจนถึงเจ้าครองนครน่านคนสุดท้าย ซึ่งตรงกับรัชกาลที่ 6 ต่อถึง รัชกาลที่ 7 เมื่อมีการเปลี่ยนแปลงการปกครองในปี พ.ศ.2475 รัฐบาลประกาศให้ ยกเลิกตำแหน่งผู้ปกครองเมืองต่างๆ และให้แต่ละจังหวัดขึ้นต่อกระทรวงมหาดไทย โดยตรง รวมทั้งหมดเจ้าครองนครทั้งสิ้น 64 องค์

ขอบคุณ Nunsinee581110049